มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

ไม้กางเขนกับแวมไพร์

สนาม: เครือข่ายคนโหน่ง

บทนำ: แต่ถ้าให้มองเจตนาจริงๆ หนังสือเชิญประชุมนี้ เรียก ๓ หน่วยงานมาคุยคือ ...

หลินซิน

สนาม: เครือข่ายธุรกิจ

บทนำ:วรเจตน์ วอนไม่ควรหยิบ112โจมตี ปิยบุตร เผยนิติราษฎร์เสมือนยุบไปแล้ว! 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:53 น

เคล็ดลับเกมยิงปลา
lpr | <动态当天时间> | อ่าน(199) | แสดงความคิดเห็น(843)
ต้องรีบออกมาขอโทษและเคลียร์ตัวเองทันที สำหรับ สุชัย บุตรสาระ รอง ผวจขอนแก่น ที่ออกจดหมายเชิญหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ร่วมประชุมเตรียมการต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดขอนแก่น แล้วปรากฏข้อความในจดหมายว่า 【อ่านข้อความเต็ม】
jr2 | <动态当天时间> | อ่าน(264) | แสดงความคิดเห็น(501)
ปลัด มท สั่งตั้งกรรมการสอบหนังสือเชิญประชุม ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เชื่อไม่มีเจตนาดูถูก รองฯ สุชัย แถลงขอโทษ ปชชไม่มีเจตนาดูหมิ่น ผวจขอนแก่น ชี้ผลสอบพบ จนทพลั้งเผลอ ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน หนฝ่ายบริหารทั่วไป คนร่างหนังสือหลั่งน้ำตายกมือไหว้รับผิดพลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ มทภ4 ขอตรวจสอบเชิงลึก หวั่นมีรายการวางยา ศรีสุวรรณ จี้มหาดไทยรับผิดชอบ เมื่อวันอาทิตย์ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย (มท) กล่าวกรณีมีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารราชการ ซึ่งเป็นหนังสือเชิญประชุมที่ออกโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เลขที่ ขก00231/7063 เรื่อง ขอเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงนามโดย นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (รองผู้ว่าฯขอนแก่น) ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เนื้อหามีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า ร่วมกันดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ว่า ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบขออภัยต่อพี่น้องประชาชน หลังเกิดกรณีที่จังหวัดขอนแก่นทำหนังสือแจ้งเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ นายนิสิตกล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นชี้แจงและแก้ไขถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและคลาดเคลื่อนดังกล่าวแล้ว และขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่มีเจตนาที่จะดูถูก เหยียดหยาม หรือดูแคลนพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าว ที่ห้องประชุมดอกคูน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น แถลงข่าวชี้แจงกรณีหนังสือเชิญที่มีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า หนังสือดังกล่าวเป็นของจริง และได้ทำการแก้ไขหนังสือดังกล่าวแล้ว เป็นหนังสือที่อ้างถึงหนังสือเลขที่ 00231/7063 ลงนามเมื่อวันที่ 12 มีค2561 เนื้อหาหนังสือฉบับนี้ระบุว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งเชิญประชุมเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มีค 2561 ณ ห้องประชุมศรีบริรักษ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดขอนแก่น ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการในภารกิจด้านการศึกษา รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนทุกคน ที่ทำให้เข้าใจผิด เนื่องจากวันที่รับหนังสือและลงนามในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 เมื่อรับหนังสือจากท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นต้นเรื่อง และเป็นผู้รับหนังสือมาตามลำดับ ก็ลงนามทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือเรียกประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 ซึ่งการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 2 จะเป็นวันอังคารที่ 13 มีค2561 เท่ากับว่าจังหวัดขอนแก่นมีเวลาเพียงวันเดียวในการประสานงานและส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม แต่ก่อนถึงวันประชุมก็มีผู้มาทักท้วงเรื่องข้อความในหนังสือดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงรีบแก้ไข และทำหนังสือฉบับใหม่ขึ้นมาแทน และส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ เช่นเดิม ซึ่งกระบวนการแก้ไขหนังสือฉบับเดิมเป็นฉบับใหม่เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเผยแพร่หนังสือฉบับเดิมในโลกออนไลน์ จนเป็นประเด็นขึ้นมาตั้งโต๊ะแถลงขอโทษ ต้องขอโทษประชาชนทุกคน หากข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจ ขอยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวไม่มีเจตนาที่จะคิดไม่ดีหรือทำสิ่งไม่ดีกับประชาชน ผมเป็นคนขอนแก่น เป็นคนอีสาน ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนขอนแก่นและชาวไทยทุกคน ไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นดูแคลนประชาชนคนไทยใดๆ ทั้งสิ้น และข้อความดังกล่าว ทางต้นเรื่องก็ไม่มีเจตนาจะดูแคลนประชาชน รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว นายสุชัยกล่าวว่า ในเรื่องนี้ ผู้ว่าฯ ขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าใครเป็นคนตั้งหัวข้อนี้ คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ ส่วนการเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าส่งมาจากทาง อบจขอนแก่น ซึ่งในส่วนนี้ได้ประสานให้นายก อบจขอนแก่นตรวจสอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวหากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็จะปล่อยไปตามกระบวนการตรวจสอบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตั้งขึ้นมา และจะยังไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการแถลงข่าว รองผู้ว่าฯขอนแก่นได้นำหนังสือฉบับที่แก้แล้วมาโชว์ให้สื่อมวลชนดูด้วย ซึ่งได้เปลี่ยนจาก ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เป็น ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยในหนังสือที่มีการแก้ไขใหม่ ระบุ เนื่องจากหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงขอเชิญท่าน หรือผู้แทนร่วมประชุมเพื่อร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ต่อมาเวลา 1600 น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสุชัย, นายณรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่น จขอนแก่น และนางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น(สถ) จขอนแก่น เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวและชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ขอนแก่นและคณะผู้บริหารจังหวัดขอนแก่น นำพวงมาลัยเข้ากราบพระพุทธรูปภายในห้องทำงาน เพื่อขอมาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะยกมือไหว้ขอโทษ ขออภัยประชาชน ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขออภัยในความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายสมศักดิ์กล่าวว่า แม้การให้อภัยจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ก็ขอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพราะทุกคนตั้งใจทำงานโดยไม่คิดดูถูกดูแคลนใคร ความผิดพลาดครั้งนี้ขอให้เป็นพลังในการทำงานเพื่อจังหวัดและเพื่อประเทศชาติ โดยได้มีคำสั่งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการร่าง พิมพ์ และตรวจทาน เข้าอบรมหลักสูตรสารบัญ เพื่อให้การใช้คำในหนังสือราชการที่ถูกต้องและเหมาะสม เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน และมีคณะทำงานรวม 5 คน ซึ่งขณะการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นความผิดพลาดพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ไม่มีเจตนา จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเรียบร้อยแล้ว และต้องไม่เกิดเหตุการณ์กรณีขึ้นอีก ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวยันไม่มีเจตนาดูถูก นางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษด้วยน้ำตานองหน้ากับความผิดพลาดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ต้องการให้ที่ประชุมทราบถึงหัวข้อที่จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เนื่องจากขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาและเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านต่างๆ การศึกษาก็ควรจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จึงได้ตั้งหัวข้อดังกล่าวขึ้นมา และทำหนังสือประสานงานการเข้าร่วมประชุม เสนอต่อนายสุชัยลงนาม จากนั้นก็นำส่งหนังสือให้กับหน่วยงานทางการศึกษา ทั้ง อบจขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และสถานศึกษา ในวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 แต่มีคำตำหนิกลับมา จึงรีบแก้ไขในวันที่ 12 มีค2561 จากนั้นก็ส่งหนังสือใหม่อีกครั้ง เพราะการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 13 มีค2561 จึงขอโทษประชาชนคนไทยทุกคน ในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ดูแคลนคนขอนแก่นหรือประชาชนคนไทยแต่อย่างใด หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ถึงหนังสือดังกล่าวที่ระบุภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ทราบเรื่องแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน ซึ่งคนขอนแก่นส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประชาชนไม่ได้โง่ แต่เหมือนถูกปิดกั้นทางการแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือการโง่ หรือฉลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่า หนังสือดังกล่าวอาจกระทบความรู้สึกประชาชน แต่เราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจ ชี้ให้เห็นว่าต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบกันว่าใครเป็นคนพิมพ์เอกสาร ใครเป็นคนร่างเอกสาร ใครเป็นคนตรวจเอกสาร เพราะเอกสารออกมาทางนั้น ต้องดูคนเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร เชื่อว่ามีคนวางยารองผู้ว่าฯ คนร่าง คนพิมพ์ คนตรวจเอกสาร น่าจะรู้ว่าคำว่า โง่ ไม่เหมาะ ไม่ควร แล้วนำมาให้รองผู้ว่าฯ เซ็น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเร่งด่วน เพราะเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี รองผู้ว่าฯ จึงไม่ได้ดูรายละเอียดเนื้อหา การใช้คำก่อนจะเซ็นลงนามไป คนที่พูดก็พูดไม่หมด ไม่บอกประโยคสำคัญนั้น หากบอกหรือสอบถามรองผู้ว่าฯ ว่าคำนี้เหมาะสมหรือไม่ เชื่อว่ารองผู้ว่าฯ ต้องดูและแก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ตอนนี้ให้ตรวจสอบกันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็คุยกัน พลทธรากรกล่าว วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง ขอให้ปลดรองผู้ว่าฯ ขอนแก่น ฐานกล่าวหาประชาชนโง่ ตอนหนึ่งระบุว่า การใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการดังกล่าว เป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก จึงขอเรียกร้องมายังปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจ สั่งให้รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นคนดังกล่าวออกจากราชการ หรือโยกย้ายให้ไปอยู่ในส่วนราชการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองอีกต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
2tz | <动态当天时间> | อ่าน(802) | แสดงความคิดเห็น(415)
โบรกฯชี้หุ้นกลุ่มค้าปลีกน่าเก็บ หลังจีนเข้ามาช็อปเครื่องสำอางไทยทะลัก 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:36 น โบรกชี้ผลิตภัณฑ์ความงามไทย ขวัญใจชาวจีน แห่ช็อปปิ้งขนกลับประเทศ คุณภาพดี ราคาไม่แพง ดันรายได้หุ้นกลุ่มค้าปลีกพุ่งกระฉูด【อ่านข้อความเต็ม】
2fp | <动态当天时间> | อ่าน(44) | แสดงความคิดเห็น(719)
โบรกฯชี้หุ้นกลุ่มค้าปลีกน่าเก็บ หลังจีนเข้ามาช็อปเครื่องสำอางไทยทะลัก 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:36 น โบรกชี้ผลิตภัณฑ์ความงามไทย ขวัญใจชาวจีน แห่ช็อปปิ้งขนกลับประเทศ คุณภาพดี ราคาไม่แพง ดันรายได้หุ้นกลุ่มค้าปลีกพุ่งกระฉูด【อ่านข้อความเต็ม】
jj2 | <动态当天时间> | อ่าน(345) | แสดงความคิดเห็น(960)
โพลเผยประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อรัฐบาล บิ๊กตู่ แก้โกงได้ คสชแจ้นแจง 9 เดือนสางปัญหาทุจริต สงขลาพบงาบกระทั่งเงินคนพิการ ต่อตระกูล กระทุ้งปปชเลิกยื้อสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พอหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เปิดเผยว่า ตามที่ คสชได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐมาตั้งแต่ กค2560 ปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการประชาชนต่อเนื่องผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ สายด่วน 1299, ตู้ ปณ444 และแจ้งด้วยตนเองผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ณ หน่วยทหาร ล่าสุด เลขาธิการ คสช ได้มอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเข้าสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท) ประจำพื้นที่ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเรื่องที่ได้รับการร้องเรียน ก่อนส่งผลการปฏิบัติโดยรวมให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช)ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 9 เดือน ตั้งแต่ 14 กค2560- 12 มีค2561 มีประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ จำนวน 3,664 เรื่อง แยกเป็น เรื่องความเดือดร้อนทั่วไป 1,758 เรื่อง, การทุจริตประพฤติมิชอบ 594 เรื่อง, ยาเสพติด 442 เรื่อง และเป็นเรื่องที่มีข้อมูลไม่ชัดเจน 856 เรื่อง โดยประชาชนได้ใช้บริการแจ้งผ่านสายด่วน 1,083 เรื่อง, ตู้ ปณ 1,919 เรื่อง, แจ้งด้วยตนเองในส่วนกลาง 244 เรื่อง และแจ้งผ่านศูนย์รับเรื่องในภูมิภาค/หน่วยทหารทั่วประเทศอีก 418 เรื่อง สำหรับเรื่องร้องเรียนที่ได้รับมาทั้งหมดดังกล่าว ได้ส่งเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐมีพฤติกรรมเข้าข่ายประพฤติมิชอบให้ ศอตชดำเนินการตามกรรมวิธี จำนวน 594 เรื่อง ในจำนวนนี้มีผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้วจำนวน 157 เรื่อง พร้อมกับได้นำเรื่องเข้าสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามความผิดในกรณีต่างๆ ส่วนเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่เกี่ยวกับการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ส่งเรื่องไปให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 1,758 เรื่อง ส่วนเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและยาเสพติด จำนวน 442 เรื่อง ได้ส่งให้ต้นสังกัด และมีผลการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 79 เรื่อง ที่ จสงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจสอบปัญหาการทุจริตเงินคนยากไร้ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ในจังหวัดสงขลา พบว่ามีประชาชนผู้ที่มีรายชื่อและหลักฐานการรับเงิน แต่กลับไม่เคยได้รับเงินกรณีดังกล่าวจำนวนมาก ในตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จำนวน 17 ราย อำเภอนาทวี จำนวน 6 ราย และอำเภอระโนด อีกจำนวนหนึ่ง โดยในอำเภอนาทวีพบว่าประชาชนผู้มีรายชื่อรับเงินนั้นไม่ได้อยู่พื้นที่นี้มานานเกือบสิบปี มีเพียงบ้านเลขที่ สภาพบ้านเป็นบ้านร้าง และในอำเภอระโนด พบว่าผู้พิการมีรายชื่อแต่ไม่ได้รับเงินดังกล่าว ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าโกงได้แม้กระทั่งเงินคนพิการ สำหรับภาพรวม 6 จังหวัดพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท) เขตพื้นที่ 9 ได้แก่ สงขลา พัทลุง สตูล ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส เจ้าหน้าที่สืบสวน ปปทเขตพื้นที่ 9 ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงครบทุกจังหวัด มีเพียงปัตตานีเพียงจังหวัดเดียวที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ทำให้คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนนำเสนอไปยัง ปปทส่วนกลางได้ภายในเดือนเมยนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ข่าวทุจริตคอร์รัปชันในระบบราชการ ณ วันนี้ เริ่มมีออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,157 คน ระหว่างวันที่ 13-17 มีค เกี่ยวกับข่าวทุจริตในระบบราชการ ณ วันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 4422 ระบุเป็นปัญหาใหญ่ มีมานานทุกยุคทุกสมัย สร้างความเสียหายต่อประเทศ รองลงมา ร้อยละ 2867 อยากให้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง มีการตรวจสอบ รื้อระบบภาครัฐครั้งใหญ่, ร้อยละ 1900 เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี กระทบต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของรัฐบาล, ร้อยละ 1267 กฎหมายอ่อนแอ มีช่องโหว่ ทำให้เกิดการทุจริต เมื่อถามว่า คิดว่า การทุจริต มีสาเหตุจากอะไร? อันดับ 1 ร้อยละ 6857 ระบุ ความโลภ ละโมบ เห็นแก่ตัว ขาดจิตสำนึก รองลงมา ร้อยละ 2672 การใช้อำนาจหน้าที่เอารัดเอาเปรียบ, ร้อยละ 1929 ระบบการตรวจสอบ ติดตาม ไม่เข้มแข็ง, ร้อยละ 1293 สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาที่ตกต่ำ, ร้อยละ 517 ถูกชักจูง โน้มน้าว ทำตามพวกพ้อง ส่วนควรมีแนวทางป้องกันปัญหาการทุจริตอย่างไรบ้าง? อันดับ 1 ร้อยละ 3581 เห็นว่าต้องปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ รองลงมา ร้อยละ 3542 มีระบบการตรวจสอบที่ละเอียด เข้มงวด รัดกุม, ร้อยละ 3210 พัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี, ร้อยละ 2238 เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน, ร้อยละ 1445 ประชาชนร่วมมือกัน ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน สำหรับข่าวการทุจริต ณ วันนี้ มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล พลอประยุทธ์มากน้อยเพียงใด? อันดับ 1 ร้อยละ 4097 ระบุมีผลมาก เพราะกระทบต่อภาพลักษณ์ ขาดความน่าเชื่อถือ ถูกมองว่าเป็นการปกป้องพวกพ้อง รู้สึกผิดหวัง เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ฯลฯ รองลงมา ร้อยละ 2213 ค่อนข้างมีผล เพราะแสดงให้เห็นถึงการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ยังมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ, ร้อยละ 2126 ไม่ค่อยมีผล เพราะการทุจริตเป็นปัญหาที่ฝังรากลึก มีมานาน ทุกรัฐบาลประสบปัญหา ไม่คาดหวังกับการแก้ปัญหาการทุจริตอยู่แล้ว ฯลฯ, ร้อยละ 1564 ไม่มีผล เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล นายกฯ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ ฯลฯ สุดท้ายถามว่า ประชาชนคิดว่ารัฐบาล พลอประยุทธ์จะแก้ปัญหาการทุจริตได้หรือไม่? อันดับ 1 ร้อยละ 5661 เห็นว่าแก้ไขไม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีหลายคดีที่เงียบหายไป ไม่สามารถเอาผิดได้ เกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์พวกพ้องและผู้มีอิทธิพล แก้ไขได้ยาก เป็นปัญหาเรื้อรัง ฯลฯ รองลงมา 2342 ไม่แน่ใจ เพราะต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ยังไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ต้องติดตามต่อไป ฯลฯ, ร้อยละ 1997 แก้ไขได้เพราะรัฐบาล คสชมีอำนาจพิเศษ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เป็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ฯลฯ ด้านนายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า จะบอกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) อย่างไรดี ว่าประชาชนยังจับตารอฟังผลสอบกรณีนาฬิกาหรูของพลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหมอยู่ นับเป็นเวลา 3 เดือนกับ 11 วันแล้วที่ ปปชเลื่อนแล้วเลื่อนอีกเป็นครั้งที่ 4 หรือจะต้องใช้เวลาถึง 3 ปีเช่นเดียวกับกรณีนาฬิกาหรูมูลค่า 25 ล้านบาท ของ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2557 แต่เพิ่งแถลงเมื่อวันที่ 7 ธค2560 ว่าเพิ่งสรุปสำนวนเสร็จ แต่ยังอยู่ในขั้นการพิจารณาของอนุกรรมการไต่สวน ปปช จะยื้อไปถึงกี่ปี นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต และ ผอสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท) กล่าวว่า การโกงเงินคนจนและคนไร้ที่พึ่งในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) ที่เกิดขึ้นกว่า 50 จังหวัด และมากกว่า 100 ล้านบาทในขณะนี้นั้น ทำกันเป็นขบวนการ และทำกันต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ซึ่งต้องมีข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องเข้ามาเอี่ยวด้วย ดังนั้นสังคมต้องจับตาว่าเรื่องนี้จะถูกตัดตอนเอาผิดแค่ข้าราชการระดับล่างหรือไม่ จะขยายผลไปถึงข้าราชการการเมืองหรือผู้มีอำนาจที่บงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งจะพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลที่ประกาศว่าจะปราบโกงจะทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาแค่ไหน นอกจากนี้ รัฐบาลต้องปฏิรูปหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมด ในช่วงค่ำ สำนักข่าวไทยได้รายงานถึงภารกิจ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พบปะกับตัวแทนชุมชนคนไทยถึงเรื่องทุจริตในไทยว่า มีมานานแล้ว และต้องแก้ไข เพราะเป็นการทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ยืนยันส่วนตัวไม่ได้ปกป้องพี่น้อง พร้อมย้ำโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แต่เป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องทุจริตมีมานานแล้ว ผมก็รื้อขึ้นมาดูจากงบประมาณที่โดนโกงและถูกปกปิด ผมจัดการคนโกง เงินหลวง และที่บอกว่าผมปกปิด ปกป้อง บอกว่ารักพี่รักน้อง อันนั้นเป็นอีกเรื่อง เขาเอามาใส่จากไหนก็ต้องตอบคำถาม ปปชเอง ดูแล้วเขาไม่ได้โกงเงินหลวง แต่คนโกงผมก็ต้องจัดการ ส่วนบางคนถ้าไม่ผิดก็คงไม่ต้องหนี ผมไม่ได้แกล้งเขา แต่ให้ดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนคนที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ ถ้าเปลี่ยนพาสปอร์ตคงไม่สามารถตามได้ เพราะต่างประเทศอาจมองเป็นเรื่องการเมือง แต่คนหนีคงไม่มีความสุข เพราะกลับบ้านไปหาพี่น้องไม่ได้ แม้จะกลับไปตายประเทศไทยก็ไม่ได้ นายกฯ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
trt | 2021-04-02 | อ่าน(181) | แสดงความคิดเห็น(915)
วิจัยพบนวดแผนไทยรักษาโรคซึมเศร้าได้ผล โดยเฉพาะในผู้ป่วยระดับยังไม่รุนแรงสามารถทำให้หายขาด เตรียมจัดทำหลักสูตรสู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลครอบคลุมทั่วประเทศ กรมสุขภาพจิตเผย ขณะนี้ไทยมีผู้ป่วยราว 15 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทองและผู้สูงอายุ นตนพบุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยม รพพระศรีมหาโพธิ์ อเมือง จอุบลราชธานี ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญด้านโรคซึมเศร้า ว่า ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้ขยายเครือข่ายการรักษาโรคซึมเศร้าไปที่โรงพยาบาลทุกระดับในเขตสุขภาพทั้ง 13 เขตทั่วประเทศ ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลดีขึ้นเรื่อยๆ จากร้อยละ 5437 ในปี 2560 เพิ่มเป็นร้อยละ 5598 ในปี 2561 หรือจำนวน 800,798 คน จากผู้ป่วยที่คาดว่าทั่วประเทศจะมีประมาณ 15 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทองและผู้สูงอายุ โดยจังหวัดอ่างทองเข้าถึงบริการสูงที่สุดในประเทศร้อยละ 9972 แต่บางแห่งยังอยู่ในอัตราต่ำ เช่น กรุงเทพฯ เข้าถึงบริการร้อยละ 32 จะต้องเร่งดำเนินการให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาให้มากขึ้น อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า กรมได้เร่งพัฒนาประสิทธิภาพการรักษาโรคซึมเศร้า โดยดึงภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะการนวดไทยมาใช้รักษาโรคนี้ เนื่องจากการนวดจะเพิ่มการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น กระตุ้นร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ได้ให้ รพพระศรีมหาโพธิ์ทำการศึกษาวิจัยในปี 2560 ขณะนี้สำเร็จแล้ว และมีข่าวดีพบว่าการนวดไทยทำให้อาการซึมเศร้าของผู้ป่วยลดลงได้ร้อยละ 100 ผู้ป่วยหายทุเลาได้สูงถึงร้อยละ 833 การนวดด้วยแพทย์แผนไทยนี้จึงเป็นทางเลือกในการตัดวงจรการป่วยโรคซึมเศร้าในระดับที่ยังไม่รุนแรงให้หายหรือทุเลาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะทำให้สามารถลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ได้เป็นอันมาก โดยกรมสุขภาพจิตจะเร่งขยายผลใช้ในชุมชนทั่วประเทศ คุณภาพการรักษาโรคซึมเศร้าของไทยขณะนี้เมื่อเทียบกับทั่วโลก พบว่าไทยมีอัตราเสียชีวิตจากโรคนี้ต่ำมากๆ เพียงร้อยละ 00015 ขณะที่ต่างประเทศมีร้อยละ 1041 ส่วนอัตราหาย/ทุเลาของไทยมีร้อยละ 4443 ยังต่ำกว่าทั่วโลกที่อยู่ที่ร้อยละ 706 ซึ่งอาจเกิดมาจากพื้นฐานความเชื่อผิดๆ เนื่องจากโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ จึงทำให้คนไทยเข้าใจว่าอาการของใจที่หดหู่เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่อาการป่วย และเชื่อว่าจะค่อยๆ หายไปเองจึงไม่ไปพบแพทย์ ทำให้อาการรุนแรงขึ้น การรักษาจึงมีความยุ่งยากขึ้น ทำให้อัตราหายทุเลาน้อยลง อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว ด้าน นพประภาส อุครานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กล่าวว่า การวิจัยการนวดแผนไทยเพื่อรักษาโรคซึมเศร้านี้ ดำเนินการในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าในระดับไม่รุนแรง-ปานกลาง เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่ร่าเริง ท้อแท้ชีวิต แต่ยังไม่ถึงขึ้นมีอาการทางจิต เช่น หลงผิด ประสาทหลอน หูแว่ว รวม 26 คน โดยใช้ท่านวดที่ รพได้คิดค้นตามหลักวิชาการเรียกว่า พระศรีนวดแผนไทย (Prasri Massage Therapy) มีทั้งหมด 7 ขั้นตอน คือ 1นวดพื้นฐานที่บ่า หลัง หัวไหล่ 2นวดพื้นฐานที่โค้งส่วนคอ นวดศีรษะด้านหลัง และที่จุดจอมประสาท 3นวดที่ศีรษะด้านหน้า ร่องริมฝีปากบน 4นวดศีรษะ 5นวดขาและเปิดประตูลมโดยใช้น้ำมัน 6การนวดหลังโดยใช้น้ำมัน และ 7นวดพื้นฐานที่แขนทั้งด้านในและด้านนอก และนวดมือโดยใช้น้ำมัน นวดครั้งละ 60 นาที นวดทุก 2-4 วัน ติดต่อกัน 5 ครั้ง นพประภาสกล่าวว่า เมื่อนวดครบขั้นตอนดังกล่าว พบว่าได้ผลเป็นที่พอใจมาก ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นขึ้น กระปรี้กระเปร่า จิตใจเบิกบาน ผ่อนคลาย ตัวที่เคยรู้สึกหนักอึ้งจะโล่งเบา กินข้าวได้มากขึ้น นอนหลับดีขึ้น ความรู้สึกไม่ดีกับตนเองลดลง ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ โดย รพพระศรีมหาโพธิ์มีแผนจัดทำหลักสูตรอบรมพระศรีนวดแผนไทยเพื่อการบำบัดรักษาโรคซึมเศร้าสำหรับแพทย์แผนไทยที่อยู่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล และทำเป็นยูทูบ (YouTube) สาธิตการนวด มุ่งหวังว่าจะทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในพื้นที่ต่างๆ ที่มีอาการระดับเล็กน้อยหาย ทุเลา ไม่ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มมากขึ้น【อ่านข้อความเต็ม】
p2n | 2021-04-02 | อ่าน(892) | แสดงความคิดเห็น(399)
ปลัด มท สั่งตั้งกรรมการสอบหนังสือเชิญประชุม ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เชื่อไม่มีเจตนาดูถูก รองฯ สุชัย แถลงขอโทษ ปชชไม่มีเจตนาดูหมิ่น ผวจขอนแก่น ชี้ผลสอบพบ จนทพลั้งเผลอ ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน หนฝ่ายบริหารทั่วไป คนร่างหนังสือหลั่งน้ำตายกมือไหว้รับผิดพลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ มทภ4 ขอตรวจสอบเชิงลึก หวั่นมีรายการวางยา ศรีสุวรรณ จี้มหาดไทยรับผิดชอบ เมื่อวันอาทิตย์ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย (มท) กล่าวกรณีมีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารราชการ ซึ่งเป็นหนังสือเชิญประชุมที่ออกโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เลขที่ ขก00231/7063 เรื่อง ขอเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงนามโดย นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (รองผู้ว่าฯขอนแก่น) ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เนื้อหามีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า ร่วมกันดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ว่า ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบขออภัยต่อพี่น้องประชาชน หลังเกิดกรณีที่จังหวัดขอนแก่นทำหนังสือแจ้งเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ นายนิสิตกล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นชี้แจงและแก้ไขถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและคลาดเคลื่อนดังกล่าวแล้ว และขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่มีเจตนาที่จะดูถูก เหยียดหยาม หรือดูแคลนพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าว ที่ห้องประชุมดอกคูน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น แถลงข่าวชี้แจงกรณีหนังสือเชิญที่มีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า หนังสือดังกล่าวเป็นของจริง และได้ทำการแก้ไขหนังสือดังกล่าวแล้ว เป็นหนังสือที่อ้างถึงหนังสือเลขที่ 00231/7063 ลงนามเมื่อวันที่ 12 มีค2561 เนื้อหาหนังสือฉบับนี้ระบุว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งเชิญประชุมเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มีค 2561 ณ ห้องประชุมศรีบริรักษ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดขอนแก่น ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการในภารกิจด้านการศึกษา รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนทุกคน ที่ทำให้เข้าใจผิด เนื่องจากวันที่รับหนังสือและลงนามในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 เมื่อรับหนังสือจากท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นต้นเรื่อง และเป็นผู้รับหนังสือมาตามลำดับ ก็ลงนามทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือเรียกประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 ซึ่งการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 2 จะเป็นวันอังคารที่ 13 มีค2561 เท่ากับว่าจังหวัดขอนแก่นมีเวลาเพียงวันเดียวในการประสานงานและส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม แต่ก่อนถึงวันประชุมก็มีผู้มาทักท้วงเรื่องข้อความในหนังสือดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงรีบแก้ไข และทำหนังสือฉบับใหม่ขึ้นมาแทน และส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ เช่นเดิม ซึ่งกระบวนการแก้ไขหนังสือฉบับเดิมเป็นฉบับใหม่เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเผยแพร่หนังสือฉบับเดิมในโลกออนไลน์ จนเป็นประเด็นขึ้นมาตั้งโต๊ะแถลงขอโทษ ต้องขอโทษประชาชนทุกคน หากข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจ ขอยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวไม่มีเจตนาที่จะคิดไม่ดีหรือทำสิ่งไม่ดีกับประชาชน ผมเป็นคนขอนแก่น เป็นคนอีสาน ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนขอนแก่นและชาวไทยทุกคน ไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นดูแคลนประชาชนคนไทยใดๆ ทั้งสิ้น และข้อความดังกล่าว ทางต้นเรื่องก็ไม่มีเจตนาจะดูแคลนประชาชน รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว นายสุชัยกล่าวว่า ในเรื่องนี้ ผู้ว่าฯ ขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าใครเป็นคนตั้งหัวข้อนี้ คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ ส่วนการเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าส่งมาจากทาง อบจขอนแก่น ซึ่งในส่วนนี้ได้ประสานให้นายก อบจขอนแก่นตรวจสอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวหากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็จะปล่อยไปตามกระบวนการตรวจสอบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตั้งขึ้นมา และจะยังไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการแถลงข่าว รองผู้ว่าฯขอนแก่นได้นำหนังสือฉบับที่แก้แล้วมาโชว์ให้สื่อมวลชนดูด้วย ซึ่งได้เปลี่ยนจาก ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เป็น ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยในหนังสือที่มีการแก้ไขใหม่ ระบุ เนื่องจากหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงขอเชิญท่าน หรือผู้แทนร่วมประชุมเพื่อร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ต่อมาเวลา 1600 น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสุชัย, นายณรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่น จขอนแก่น และนางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น(สถ) จขอนแก่น เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวและชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ขอนแก่นและคณะผู้บริหารจังหวัดขอนแก่น นำพวงมาลัยเข้ากราบพระพุทธรูปภายในห้องทำงาน เพื่อขอมาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะยกมือไหว้ขอโทษ ขออภัยประชาชน ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขออภัยในความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายสมศักดิ์กล่าวว่า แม้การให้อภัยจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ก็ขอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพราะทุกคนตั้งใจทำงานโดยไม่คิดดูถูกดูแคลนใคร ความผิดพลาดครั้งนี้ขอให้เป็นพลังในการทำงานเพื่อจังหวัดและเพื่อประเทศชาติ โดยได้มีคำสั่งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการร่าง พิมพ์ และตรวจทาน เข้าอบรมหลักสูตรสารบัญ เพื่อให้การใช้คำในหนังสือราชการที่ถูกต้องและเหมาะสม เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน และมีคณะทำงานรวม 5 คน ซึ่งขณะการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นความผิดพลาดพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ไม่มีเจตนา จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเรียบร้อยแล้ว และต้องไม่เกิดเหตุการณ์กรณีขึ้นอีก ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวยันไม่มีเจตนาดูถูก นางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษด้วยน้ำตานองหน้ากับความผิดพลาดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ต้องการให้ที่ประชุมทราบถึงหัวข้อที่จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เนื่องจากขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาและเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านต่างๆ การศึกษาก็ควรจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จึงได้ตั้งหัวข้อดังกล่าวขึ้นมา และทำหนังสือประสานงานการเข้าร่วมประชุม เสนอต่อนายสุชัยลงนาม จากนั้นก็นำส่งหนังสือให้กับหน่วยงานทางการศึกษา ทั้ง อบจขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และสถานศึกษา ในวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 แต่มีคำตำหนิกลับมา จึงรีบแก้ไขในวันที่ 12 มีค2561 จากนั้นก็ส่งหนังสือใหม่อีกครั้ง เพราะการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 13 มีค2561 จึงขอโทษประชาชนคนไทยทุกคน ในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ดูแคลนคนขอนแก่นหรือประชาชนคนไทยแต่อย่างใด หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ถึงหนังสือดังกล่าวที่ระบุภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ทราบเรื่องแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน ซึ่งคนขอนแก่นส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประชาชนไม่ได้โง่ แต่เหมือนถูกปิดกั้นทางการแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือการโง่ หรือฉลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่า หนังสือดังกล่าวอาจกระทบความรู้สึกประชาชน แต่เราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจ ชี้ให้เห็นว่าต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบกันว่าใครเป็นคนพิมพ์เอกสาร ใครเป็นคนร่างเอกสาร ใครเป็นคนตรวจเอกสาร เพราะเอกสารออกมาทางนั้น ต้องดูคนเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร เชื่อว่ามีคนวางยารองผู้ว่าฯ คนร่าง คนพิมพ์ คนตรวจเอกสาร น่าจะรู้ว่าคำว่า โง่ ไม่เหมาะ ไม่ควร แล้วนำมาให้รองผู้ว่าฯ เซ็น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเร่งด่วน เพราะเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี รองผู้ว่าฯ จึงไม่ได้ดูรายละเอียดเนื้อหา การใช้คำก่อนจะเซ็นลงนามไป คนที่พูดก็พูดไม่หมด ไม่บอกประโยคสำคัญนั้น หากบอกหรือสอบถามรองผู้ว่าฯ ว่าคำนี้เหมาะสมหรือไม่ เชื่อว่ารองผู้ว่าฯ ต้องดูและแก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ตอนนี้ให้ตรวจสอบกันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็คุยกัน พลทธรากรกล่าว วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง ขอให้ปลดรองผู้ว่าฯ ขอนแก่น ฐานกล่าวหาประชาชนโง่ ตอนหนึ่งระบุว่า การใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการดังกล่าว เป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก จึงขอเรียกร้องมายังปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจ สั่งให้รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นคนดังกล่าวออกจากราชการ หรือโยกย้ายให้ไปอยู่ในส่วนราชการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองอีกต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
nxb | 2021-04-02 | อ่าน(404) | แสดงความคิดเห็น(829)
เลขาอีอีซีย้ำไม่มีระบุในกมให้ต่างชาติเช่าทีนาน99ปี 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:08 น 【อ่านข้อความเต็ม】
0jd | 2021-04-02 | อ่าน(591) | แสดงความคิดเห็น(498)
วรเจตน์ วอนไม่ควรหยิบ112โจมตี ปิยบุตร เผยนิติราษฎร์เสมือนยุบไปแล้ว! 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:53 น 【อ่านข้อความเต็ม】
td0 | 2021-04-01 | อ่าน(791) | แสดงความคิดเห็น(118)
หนุ่มใหญ่ขับรถพาครอบครัวออกจาก กทมมุ่งหน้าสู่ตราด ถึงจันทบุรี รถเสียหลักแหกเลนพลิกคว่ำก่อนตกลงไปในคลองข้างทาง ตัวเองกับเมียและลูกสาวคนเล็กเสียชีวิต ส่วนลูกชายคนโตกับคนรองรอดตายหวุดหวิด ที่ชลบุรี 2 วัยรุ่นซ้อนจักรยานยนต์เฉี่ยวชนแท่งแบริเออร์ ถูกรถที่วิ่งตามหลังทับซ้ำเป็นศพอนาถ เมื่อเวลา 0830 น วันที่ 18 มีนาคมนี้ ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักตกลงไปในน้ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและยังติดอยู่ในซากรถ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าทำการตรวจสอบ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่คลองสระบาป ถนนสุขุมวิทฝั่งขาออกจากตัวเมืองจันทบุรี ตคลองนารายณ์ อเมืองจันทบุรี เจ้าหน้าที่สามารถนำคนเจ็บที่ติดอยู่ในรถออกมาได้ 3 คน แต่คนหนึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ยังมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถอีก 2 ศพ โดยจมอยู่ในน้ำ สำหรับรถคันเกิดเหตุ เป็นรถเก๋งยี่ห้อฮุนได สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮท 4884 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งลงข้างทางและพลิกคว่ำ ก่อนตกลงไปหงายท้องอยู่กลางคลอง โดยที่ด้านท้ายของรถมีกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพายลอยอยู่ในน้ำด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลานานกว่า 20 นาที จึงสามารถนำตัวคนขับและลูกสาวที่ติดอยู่ในซากรถออกมาได้ จากนั้นได้ประสานรถยกมาทำการยกซากรถขึ้น เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพ ประกอบด้วย นายพชรเดช สวัสดิ์นพรัตน์ อายุ 41 ปี เป็นคนขับ, นางอังคณา เขียวชะอุ่ม ภรรยา และเด็กหญิงวรณัน สวัสดิ์นพรัตน์ อายุ 8 ปี ลูกสาว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเป็นลูกของผู้เสียชีวิตเช่นกัน คือเด็กชายกวินทัต สวัสดิ์นพรัตน์ อายุ 14 ปี และเด็กชายธนพจน์ สวัสดิ์นพรัตน์ อายุ 12 ปี ทั้งหมดพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 29/9 หมู่ที่ 11 ซอยเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นจากการสอบถามเด็กชายกวินทัตทราบว่า ครอบครัวของตนคือ พ่อแม่ ตนเอง และน้องอีก 2 คน เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครจะไปจังหวัดตราด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้เสียหลักและตกลงไปด้านล่าง ตอนนั้นพอตั้งสติได้ ตนได้คลานออกมาจากรถและยังได้ยินเสียงหายใจของคนที่อยู่ภายในรถ จึงขอความช่วยเหลือคนที่อยู่ใกล้เคียง ต่อมา พตตชยพัทธ์ สุขสมบูรณ์ ร้อยเวร สภเมืองจันทบุรี ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรจากโรงพยาบาลพระปกเกล้า ก่อนจะสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป เบื้องต้นคาดว่าผู้ขับขี่รถน่าจะไม่ชินเส้นทาง ประกอบกับฝนที่ตกลงมาในช่วงเช้า ทำให้ถนนลื่นและรถเกิดเสียหลัก จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้นในครั้งนี้ ชลบุรี เวลา 0530 น วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึงเข้าตรวจสอบอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 ราย พร้อม รตอวิรัตน์ ตระกูลไทย ร้อยเวรพนักงานสอบสวน สภบ้านบึง จุดเกิดเหตุบริเวณถนนสายเศรษฐกิจ ขาเข้าอำเภอบ้านบึง หมู่ที่ 2 ตหนองซ้ำซาก อบ้านบึง พบรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ หมายเลขทะเบียน 2 กจ 6411 ชลบุรี มีร่องรอยการเฉี่ยวชนบริเวณด้านขวา พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย ชื่อนายนายพงศธร แซ่อิ๊ว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลข 152 หมู่ที่ 2 ตมาบไผ่ อบ้านบึง จชลบุรี และนายอัครพล ทุมมานนท์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/49 หมู่ที่ 3 ตบ้านสวน อเมือง จชลบุรี โดยสภาพศพทั้ง 2 ราย แขน-ขาหัก ศีรษะแตก เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายทั้งสองน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูง แล้วเกิดเฉี่ยวชนแท่งแบริเออร์กลางถนน จากนั้นได้เสียหลักล้มลง จังหวะนั้นได้มีรถไม่ทราบชนิดตามหลังมาชนทับทั้งสองจนเสียชีวิตดังกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
rlh | 2021-04-01 | อ่าน(210) | แสดงความคิดเห็น(867)
และแล้วประเทศไทยก็เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่อากาศแปรปรวน มีทั้งพายุและฝนมาอยู่พักหนึ่ง ขณะเดียวกัน ช่วงนี้ก็ยังเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ หรือ ซัมเมอร์ ของเด็กนักเรียน ให้ได้หยุดไปเที่ยวพักผ่อนหลบลมร้อนกันอีกด้วย 【อ่านข้อความเต็ม】
d1j | 2021-04-01 | อ่าน(132) | แสดงความคิดเห็น(609)
ปลัด มท สั่งตั้งกรรมการสอบหนังสือเชิญประชุม ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เชื่อไม่มีเจตนาดูถูก รองฯ สุชัย แถลงขอโทษ ปชชไม่มีเจตนาดูหมิ่น ผวจขอนแก่น ชี้ผลสอบพบ จนทพลั้งเผลอ ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน หนฝ่ายบริหารทั่วไป คนร่างหนังสือหลั่งน้ำตายกมือไหว้รับผิดพลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ มทภ4 ขอตรวจสอบเชิงลึก หวั่นมีรายการวางยา ศรีสุวรรณ จี้มหาดไทยรับผิดชอบ เมื่อวันอาทิตย์ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย (มท) กล่าวกรณีมีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารราชการ ซึ่งเป็นหนังสือเชิญประชุมที่ออกโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เลขที่ ขก00231/7063 เรื่อง ขอเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงนามโดย นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (รองผู้ว่าฯขอนแก่น) ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เนื้อหามีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า ร่วมกันดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ว่า ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบขออภัยต่อพี่น้องประชาชน หลังเกิดกรณีที่จังหวัดขอนแก่นทำหนังสือแจ้งเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ นายนิสิตกล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นชี้แจงและแก้ไขถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและคลาดเคลื่อนดังกล่าวแล้ว และขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่มีเจตนาที่จะดูถูก เหยียดหยาม หรือดูแคลนพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าว ที่ห้องประชุมดอกคูน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น แถลงข่าวชี้แจงกรณีหนังสือเชิญที่มีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า หนังสือดังกล่าวเป็นของจริง และได้ทำการแก้ไขหนังสือดังกล่าวแล้ว เป็นหนังสือที่อ้างถึงหนังสือเลขที่ 00231/7063 ลงนามเมื่อวันที่ 12 มีค2561 เนื้อหาหนังสือฉบับนี้ระบุว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งเชิญประชุมเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มีค 2561 ณ ห้องประชุมศรีบริรักษ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดขอนแก่น ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการในภารกิจด้านการศึกษา รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนทุกคน ที่ทำให้เข้าใจผิด เนื่องจากวันที่รับหนังสือและลงนามในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 เมื่อรับหนังสือจากท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นต้นเรื่อง และเป็นผู้รับหนังสือมาตามลำดับ ก็ลงนามทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือเรียกประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 ซึ่งการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 2 จะเป็นวันอังคารที่ 13 มีค2561 เท่ากับว่าจังหวัดขอนแก่นมีเวลาเพียงวันเดียวในการประสานงานและส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม แต่ก่อนถึงวันประชุมก็มีผู้มาทักท้วงเรื่องข้อความในหนังสือดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงรีบแก้ไข และทำหนังสือฉบับใหม่ขึ้นมาแทน และส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ เช่นเดิม ซึ่งกระบวนการแก้ไขหนังสือฉบับเดิมเป็นฉบับใหม่เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเผยแพร่หนังสือฉบับเดิมในโลกออนไลน์ จนเป็นประเด็นขึ้นมาตั้งโต๊ะแถลงขอโทษ ต้องขอโทษประชาชนทุกคน หากข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจ ขอยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวไม่มีเจตนาที่จะคิดไม่ดีหรือทำสิ่งไม่ดีกับประชาชน ผมเป็นคนขอนแก่น เป็นคนอีสาน ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนขอนแก่นและชาวไทยทุกคน ไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นดูแคลนประชาชนคนไทยใดๆ ทั้งสิ้น และข้อความดังกล่าว ทางต้นเรื่องก็ไม่มีเจตนาจะดูแคลนประชาชน รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว นายสุชัยกล่าวว่า ในเรื่องนี้ ผู้ว่าฯ ขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าใครเป็นคนตั้งหัวข้อนี้ คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ ส่วนการเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าส่งมาจากทาง อบจขอนแก่น ซึ่งในส่วนนี้ได้ประสานให้นายก อบจขอนแก่นตรวจสอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวหากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็จะปล่อยไปตามกระบวนการตรวจสอบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตั้งขึ้นมา และจะยังไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการแถลงข่าว รองผู้ว่าฯขอนแก่นได้นำหนังสือฉบับที่แก้แล้วมาโชว์ให้สื่อมวลชนดูด้วย ซึ่งได้เปลี่ยนจาก ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เป็น ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยในหนังสือที่มีการแก้ไขใหม่ ระบุ เนื่องจากหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงขอเชิญท่าน หรือผู้แทนร่วมประชุมเพื่อร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ต่อมาเวลา 1600 น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสุชัย, นายณรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่น จขอนแก่น และนางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น(สถ) จขอนแก่น เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวและชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ขอนแก่นและคณะผู้บริหารจังหวัดขอนแก่น นำพวงมาลัยเข้ากราบพระพุทธรูปภายในห้องทำงาน เพื่อขอมาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะยกมือไหว้ขอโทษ ขออภัยประชาชน ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขออภัยในความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายสมศักดิ์กล่าวว่า แม้การให้อภัยจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ก็ขอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพราะทุกคนตั้งใจทำงานโดยไม่คิดดูถูกดูแคลนใคร ความผิดพลาดครั้งนี้ขอให้เป็นพลังในการทำงานเพื่อจังหวัดและเพื่อประเทศชาติ โดยได้มีคำสั่งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการร่าง พิมพ์ และตรวจทาน เข้าอบรมหลักสูตรสารบัญ เพื่อให้การใช้คำในหนังสือราชการที่ถูกต้องและเหมาะสม เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน และมีคณะทำงานรวม 5 คน ซึ่งขณะการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นความผิดพลาดพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ไม่มีเจตนา จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเรียบร้อยแล้ว และต้องไม่เกิดเหตุการณ์กรณีขึ้นอีก ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวยันไม่มีเจตนาดูถูก นางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษด้วยน้ำตานองหน้ากับความผิดพลาดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ต้องการให้ที่ประชุมทราบถึงหัวข้อที่จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เนื่องจากขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาและเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านต่างๆ การศึกษาก็ควรจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จึงได้ตั้งหัวข้อดังกล่าวขึ้นมา และทำหนังสือประสานงานการเข้าร่วมประชุม เสนอต่อนายสุชัยลงนาม จากนั้นก็นำส่งหนังสือให้กับหน่วยงานทางการศึกษา ทั้ง อบจขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และสถานศึกษา ในวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 แต่มีคำตำหนิกลับมา จึงรีบแก้ไขในวันที่ 12 มีค2561 จากนั้นก็ส่งหนังสือใหม่อีกครั้ง เพราะการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 13 มีค2561 จึงขอโทษประชาชนคนไทยทุกคน ในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ดูแคลนคนขอนแก่นหรือประชาชนคนไทยแต่อย่างใด หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ถึงหนังสือดังกล่าวที่ระบุภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ทราบเรื่องแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน ซึ่งคนขอนแก่นส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประชาชนไม่ได้โง่ แต่เหมือนถูกปิดกั้นทางการแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือการโง่ หรือฉลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่า หนังสือดังกล่าวอาจกระทบความรู้สึกประชาชน แต่เราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจ ชี้ให้เห็นว่าต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบกันว่าใครเป็นคนพิมพ์เอกสาร ใครเป็นคนร่างเอกสาร ใครเป็นคนตรวจเอกสาร เพราะเอกสารออกมาทางนั้น ต้องดูคนเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร เชื่อว่ามีคนวางยารองผู้ว่าฯ คนร่าง คนพิมพ์ คนตรวจเอกสาร น่าจะรู้ว่าคำว่า โง่ ไม่เหมาะ ไม่ควร แล้วนำมาให้รองผู้ว่าฯ เซ็น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเร่งด่วน เพราะเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี รองผู้ว่าฯ จึงไม่ได้ดูรายละเอียดเนื้อหา การใช้คำก่อนจะเซ็นลงนามไป คนที่พูดก็พูดไม่หมด ไม่บอกประโยคสำคัญนั้น หากบอกหรือสอบถามรองผู้ว่าฯ ว่าคำนี้เหมาะสมหรือไม่ เชื่อว่ารองผู้ว่าฯ ต้องดูและแก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ตอนนี้ให้ตรวจสอบกันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็คุยกัน พลทธรากรกล่าว วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง ขอให้ปลดรองผู้ว่าฯ ขอนแก่น ฐานกล่าวหาประชาชนโง่ ตอนหนึ่งระบุว่า การใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการดังกล่าว เป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก จึงขอเรียกร้องมายังปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจ สั่งให้รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นคนดังกล่าวออกจากราชการ หรือโยกย้ายให้ไปอยู่ในส่วนราชการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองอีกต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
dhr | 2021-04-01 | อ่าน(161) | แสดงความคิดเห็น(872)
ต้องรีบออกมาขอโทษและเคลียร์ตัวเองทันที สำหรับ สุชัย บุตรสาระ รอง ผวจขอนแก่น ที่ออกจดหมายเชิญหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ร่วมประชุมเตรียมการต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดขอนแก่น แล้วปรากฏข้อความในจดหมายว่า 【อ่านข้อความเต็ม】
1dj | 2021-03-31 | อ่าน(645) | แสดงความคิดเห็น(69)
ต้องรีบออกมาขอโทษและเคลียร์ตัวเองทันที สำหรับ สุชัย บุตรสาระ รอง ผวจขอนแก่น ที่ออกจดหมายเชิญหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ร่วมประชุมเตรียมการต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดขอนแก่น แล้วปรากฏข้อความในจดหมายว่า 【อ่านข้อความเต็ม】
zp1 | 2021-03-31 | อ่าน(957) | แสดงความคิดเห็น(267)
ปลัด มท สั่งตั้งกรรมการสอบหนังสือเชิญประชุม ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เชื่อไม่มีเจตนาดูถูก รองฯ สุชัย แถลงขอโทษ ปชชไม่มีเจตนาดูหมิ่น ผวจขอนแก่น ชี้ผลสอบพบ จนทพลั้งเผลอ ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน หนฝ่ายบริหารทั่วไป คนร่างหนังสือหลั่งน้ำตายกมือไหว้รับผิดพลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ มทภ4 ขอตรวจสอบเชิงลึก หวั่นมีรายการวางยา ศรีสุวรรณ จี้มหาดไทยรับผิดชอบ เมื่อวันอาทิตย์ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย (มท) กล่าวกรณีมีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารราชการ ซึ่งเป็นหนังสือเชิญประชุมที่ออกโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เลขที่ ขก00231/7063 เรื่อง ขอเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงนามโดย นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (รองผู้ว่าฯขอนแก่น) ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เนื้อหามีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า ร่วมกันดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ว่า ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบขออภัยต่อพี่น้องประชาชน หลังเกิดกรณีที่จังหวัดขอนแก่นทำหนังสือแจ้งเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ นายนิสิตกล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นชี้แจงและแก้ไขถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและคลาดเคลื่อนดังกล่าวแล้ว และขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่มีเจตนาที่จะดูถูก เหยียดหยาม หรือดูแคลนพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าว ที่ห้องประชุมดอกคูน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น แถลงข่าวชี้แจงกรณีหนังสือเชิญที่มีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า หนังสือดังกล่าวเป็นของจริง และได้ทำการแก้ไขหนังสือดังกล่าวแล้ว เป็นหนังสือที่อ้างถึงหนังสือเลขที่ 00231/7063 ลงนามเมื่อวันที่ 12 มีค2561 เนื้อหาหนังสือฉบับนี้ระบุว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งเชิญประชุมเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มีค 2561 ณ ห้องประชุมศรีบริรักษ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดขอนแก่น ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการในภารกิจด้านการศึกษา รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนทุกคน ที่ทำให้เข้าใจผิด เนื่องจากวันที่รับหนังสือและลงนามในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 เมื่อรับหนังสือจากท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นต้นเรื่อง และเป็นผู้รับหนังสือมาตามลำดับ ก็ลงนามทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือเรียกประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 ซึ่งการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 2 จะเป็นวันอังคารที่ 13 มีค2561 เท่ากับว่าจังหวัดขอนแก่นมีเวลาเพียงวันเดียวในการประสานงานและส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม แต่ก่อนถึงวันประชุมก็มีผู้มาทักท้วงเรื่องข้อความในหนังสือดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงรีบแก้ไข และทำหนังสือฉบับใหม่ขึ้นมาแทน และส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ เช่นเดิม ซึ่งกระบวนการแก้ไขหนังสือฉบับเดิมเป็นฉบับใหม่เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเผยแพร่หนังสือฉบับเดิมในโลกออนไลน์ จนเป็นประเด็นขึ้นมาตั้งโต๊ะแถลงขอโทษ ต้องขอโทษประชาชนทุกคน หากข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจ ขอยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวไม่มีเจตนาที่จะคิดไม่ดีหรือทำสิ่งไม่ดีกับประชาชน ผมเป็นคนขอนแก่น เป็นคนอีสาน ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนขอนแก่นและชาวไทยทุกคน ไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นดูแคลนประชาชนคนไทยใดๆ ทั้งสิ้น และข้อความดังกล่าว ทางต้นเรื่องก็ไม่มีเจตนาจะดูแคลนประชาชน รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว นายสุชัยกล่าวว่า ในเรื่องนี้ ผู้ว่าฯ ขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าใครเป็นคนตั้งหัวข้อนี้ คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ ส่วนการเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าส่งมาจากทาง อบจขอนแก่น ซึ่งในส่วนนี้ได้ประสานให้นายก อบจขอนแก่นตรวจสอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวหากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็จะปล่อยไปตามกระบวนการตรวจสอบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตั้งขึ้นมา และจะยังไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการแถลงข่าว รองผู้ว่าฯขอนแก่นได้นำหนังสือฉบับที่แก้แล้วมาโชว์ให้สื่อมวลชนดูด้วย ซึ่งได้เปลี่ยนจาก ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เป็น ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยในหนังสือที่มีการแก้ไขใหม่ ระบุ เนื่องจากหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงขอเชิญท่าน หรือผู้แทนร่วมประชุมเพื่อร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ต่อมาเวลา 1600 น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสุชัย, นายณรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่น จขอนแก่น และนางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น(สถ) จขอนแก่น เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวและชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ขอนแก่นและคณะผู้บริหารจังหวัดขอนแก่น นำพวงมาลัยเข้ากราบพระพุทธรูปภายในห้องทำงาน เพื่อขอมาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะยกมือไหว้ขอโทษ ขออภัยประชาชน ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขออภัยในความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายสมศักดิ์กล่าวว่า แม้การให้อภัยจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ก็ขอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพราะทุกคนตั้งใจทำงานโดยไม่คิดดูถูกดูแคลนใคร ความผิดพลาดครั้งนี้ขอให้เป็นพลังในการทำงานเพื่อจังหวัดและเพื่อประเทศชาติ โดยได้มีคำสั่งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการร่าง พิมพ์ และตรวจทาน เข้าอบรมหลักสูตรสารบัญ เพื่อให้การใช้คำในหนังสือราชการที่ถูกต้องและเหมาะสม เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน และมีคณะทำงานรวม 5 คน ซึ่งขณะการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นความผิดพลาดพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ไม่มีเจตนา จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเรียบร้อยแล้ว และต้องไม่เกิดเหตุการณ์กรณีขึ้นอีก ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวยันไม่มีเจตนาดูถูก นางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษด้วยน้ำตานองหน้ากับความผิดพลาดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ต้องการให้ที่ประชุมทราบถึงหัวข้อที่จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เนื่องจากขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาและเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านต่างๆ การศึกษาก็ควรจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จึงได้ตั้งหัวข้อดังกล่าวขึ้นมา และทำหนังสือประสานงานการเข้าร่วมประชุม เสนอต่อนายสุชัยลงนาม จากนั้นก็นำส่งหนังสือให้กับหน่วยงานทางการศึกษา ทั้ง อบจขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และสถานศึกษา ในวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 แต่มีคำตำหนิกลับมา จึงรีบแก้ไขในวันที่ 12 มีค2561 จากนั้นก็ส่งหนังสือใหม่อีกครั้ง เพราะการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 13 มีค2561 จึงขอโทษประชาชนคนไทยทุกคน ในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ดูแคลนคนขอนแก่นหรือประชาชนคนไทยแต่อย่างใด หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ถึงหนังสือดังกล่าวที่ระบุภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ทราบเรื่องแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน ซึ่งคนขอนแก่นส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประชาชนไม่ได้โง่ แต่เหมือนถูกปิดกั้นทางการแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือการโง่ หรือฉลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่า หนังสือดังกล่าวอาจกระทบความรู้สึกประชาชน แต่เราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจ ชี้ให้เห็นว่าต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบกันว่าใครเป็นคนพิมพ์เอกสาร ใครเป็นคนร่างเอกสาร ใครเป็นคนตรวจเอกสาร เพราะเอกสารออกมาทางนั้น ต้องดูคนเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร เชื่อว่ามีคนวางยารองผู้ว่าฯ คนร่าง คนพิมพ์ คนตรวจเอกสาร น่าจะรู้ว่าคำว่า โง่ ไม่เหมาะ ไม่ควร แล้วนำมาให้รองผู้ว่าฯ เซ็น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเร่งด่วน เพราะเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี รองผู้ว่าฯ จึงไม่ได้ดูรายละเอียดเนื้อหา การใช้คำก่อนจะเซ็นลงนามไป คนที่พูดก็พูดไม่หมด ไม่บอกประโยคสำคัญนั้น หากบอกหรือสอบถามรองผู้ว่าฯ ว่าคำนี้เหมาะสมหรือไม่ เชื่อว่ารองผู้ว่าฯ ต้องดูและแก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ตอนนี้ให้ตรวจสอบกันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็คุยกัน พลทธรากรกล่าว วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง ขอให้ปลดรองผู้ว่าฯ ขอนแก่น ฐานกล่าวหาประชาชนโง่ ตอนหนึ่งระบุว่า การใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการดังกล่าว เป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก จึงขอเรียกร้องมายังปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจ สั่งให้รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นคนดังกล่าวออกจากราชการ หรือโยกย้ายให้ไปอยู่ในส่วนราชการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองอีกต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-06-16

ดู ฟุตบอล ออนไลน์ ย้อน หลังลงทะเบียนฟรี| สูตรสล็อตออนไลน์รับเงินบาท| ดูบอลสด true 4kการพนัน| ฟุตบอล ฟิลิปปินส์ ไทย2021โปรโมชั่น| พรีเมียร์ลีก ยู23ลงทะเบียนฟรี| วิธี สุ่ม แจ๊ ค พอ ต สล็อตรับเงินบาท| ดูบอลสด 240pลงทะเบียนฟรี| เว็บไซต์การพนันฟุตบอลรับเงินบาท| ผลบอลสด 7m พร้อมราคาทดลองใช้ฟรี| คาสิโนออนไลนืได้เงินจริงลุ้นบาท| ดูบอลสด อุดรลงทะเบียนฟรี| ดู บอล สด ผ่าน เน็ตเงินฟรี| เหรียญเกมยิงปลาเงินฟรี| เล่น สล อ ต ให้ ได้ ฟรี เกมทดลองใช้ฟรี| ผ ผล บอล สด วัน นี้ลงทะเบียนฟรี| วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล2021 เล่นฟรี| ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกแมนยูเงินฟรี| คะแนนฟุตบอล2021โปรโมชั่น| ฟุตบอล ธัญบุรีประเทศไทย| ฟุตบอลไทย พ2021 เล่นฟรี| บ้าน ผล บอล วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สยาม คิกลุ้นบาท| ดูบอลสด ตราด fcลงทะเบียนฟรี| สล็อต555รับเงินบาท| ฟรีสปินไม่ต้องฝากถอนได้เงินฟรี| คะแนน บอล สเปนลาลีกา2021โปรโมชั่น| บอลสดวันนี้ 888 วันนี้ 888 พร้อมราคาลงทะเบียนฟรี| สล็อต แจ็คพอตแตกเติมเงินไทยฟรี| สล็อต อันดับ 1รับเงินบาท| เว็บ พนัน บอล ที่ ดี ที่สุดลุ้นบาท| ตารางคะแนนบอล บุนเดสลีกาการเดิมพัน| โปรแกรม วิเคราะห์ บอล ฟรีเงินฟรี| คะแนนฟุตบอลไทยลีกการพนัน| ผล บอล สด เมื่อ คืน ทุก ลีก ภาษา ไทย| โปรแกรมพรีเมียร์ลีกที่เหลือ แมนซิตี้| jackpot แปลว่ารับเงินบาท| slot online ฟรีเครดิตการเดิมพัน| ตารางคะแนนบอล ล่าสุด2021 เล่นฟรี| ดู บอล ออนไลน์ เช ล ซี แมน ฯ ยูไนเต็ด2021 เล่นฟรี| นักพนันบอลมืออาชีพเติมเงินไทยฟรี| หมุนสล็อตฟรีการเดิมพัน| ตารางบอลเอเชียนคัพ 20212021 เล่นฟรี| บาสเกตบอล ภาษาอังกฤษรับเงินบาท| ดาวน์โหลดฟรีหมากรุกหมากรุกอย่างเป็นทางการเติมเงินไทยฟรี| วิเคราะห์ บอล โลก รอบ 8 ทีมรับเงินบาท| บอล วัน นี้ 5| ดูบอลออนไลน์ true sport 24| แชมป์บอลโลกทั้งหมด| วิเคราะห์บอลปารีสวันนี้| ผลบอลเกาหลีกาตาร์ลุ้นบาท| กลุ่ม ไลน์ สล็อตทดลองใช้ฟรี| ฟุตบอล ขนาดสนามลงทะเบียนฟรี| การพนันบอล pantipเงินฟรี| บอล รัสเซีย ออนไลน์เงินฟรี| ฟุตบอลกรมพละถ้วย ขลุ้นบาท| ผลบอลสด 1เติมเงินไทยฟรี| วิเคราะห์-บอล วัน-นี้ คืน-นี้ ทีเด็ด 1002021โปรโมชั่น| ฟุตบอล นลุ้นบาท| ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกแมนยูประเทศไทย| แอปโป๊กเกอร์สุดยอดการเดิมพัน| ดูบอลสด ช่องไทยรัฐทีวี2021 เล่นฟรี| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ ลีก รัสเซียเงินฟรี| ผลบอลสดการเดิมพัน| แทง บอล ตาม เซียน| พรีเมียร์ลีก 8 ทีมสุดท้ายการพนัน| ไทยบาคาร่า เว็บบอร์ดการพนัน| มิสเตอร์ทีเด็ดการเดิมพัน| ดู ผล บอล สด ฟรีการพนัน| แอพเกมได้เงินจริงรับเงินบาท| ผลบอลสด ญี่ปุ่น| วิเคราะห์ บอล ของ อาจารย์ ตา วัน นี้ประเทศไทย| วิเคราะห์บอลวันนี้ กรีซ| สยาม กีฬา กอล์ฟลงทะเบียนฟรี| ราคา บอล วัน นี้ zeanstep วิเคราะห์เงินฟรี| ฟุตบอล18ปี กลงทะเบียนฟรี| ฟุตบอล 4 เส้าที่ประเทศจีนการพนัน| ตารางสูตรบาคาร่ารับเงินบาท| คาสิโนถูกกฎหมาย pantipลงทะเบียนฟรี| เทศบาลตำบลหนองแคการเดิมพัน| วิเคราะห์บอลวันนี้ บ้านผลบอลเงินฟรี| บาคาร่าพารวย999เติมเงินไทยฟรี| บอลสด กลัดบัคเงินฟรี| สูตรบาคาร่า sa gamingทดลองใช้ฟรี| ตาราง การ แข่งขัน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก วัน นี้2021 เล่นฟรี| สล็อตไพ่การพนัน| พรีเมียร์ลีก 2021 19ประเทศไทย|